AWARD BEAUTY BEST BOAT CAR EVENT FAMILY GOLF GADGET HEALTH HOTEL RESTAURANT SHOPPING TRENDS WEDDING WINE 2014 2015 ASIA BANGKOK PATTAYA PHUKET THAILAND
Submit PR news (ฝากข่าว)
E Newsletter
      
ไลฟ์สไตล์ รถยนต์ บ้านและคอนโด ท่องเที่ยว ร้านอาหาร บาร์ ผู้หญิง สุขภาพ ความสวย ความงาม Celebs บันเทิง ไฮโซ ผู้นำ การตลาด การเงินและการลงทุน ข่าวประชาสัมพันธ์
PR NEWS (ข่าวประชาสัมพันธ์) » THAILAND (ประเทศไทย) » BANKING & FINANCE (การเงิน ธนาคาร)
บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดตัว “คอมเพล็กซ์รีเทิร์น 3YA” ตามกระแสเรียกร้องจากผู้ลงทุน คงจุดเด่นเงินต้นไม่หาย พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มจากดัชนีหุ้นยุโรป 15%
By : กรณิการ์ พีรานนท์   |   Posted : August 6, 2019
บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดตัว “คอมเพล็กซ์รีเทิร์น 3YA” ตามกระแสเรียกร้องจากผู้ลงทุน  คงจุดเด่นเงินต้นไม่หาย พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มจากดัชนีหุ้นยุโรป 15%
นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯประสบความสำเร็จในการเสนอขายกองทุนที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการขาดทุนเงินต้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนจำนวนมาก โดยกองทุนประเภทนี้จะนำเงินส่วนใหญ่ของกองทุนมาลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพและเงินฝากทั้งในและต่างประเทศเพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดทุนของเงินต้น และส่วนที่เหลือจะลงทุนในสัญญาวอร์แรนต์ที่อ้างอิงกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนมากขึ้น ดังนั้น บลจ.ไทยพาณิชย์ จึงได้เสนอขายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ คอมเพล็กซ์รีเทิร์น 3YA (SCB Complex Return 3YA: SCBCR3YA) ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย อายุ 3 ปี มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท เปิดขายหน่วยลงทุนครั้งเดียวระหว่างวันที่ 6 - 13 สิงหาคม 2562 ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท ซึ่งกองทุนนี้เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในตลาดหุ้นยุโรปจากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนต์ที่อ้างอิงกับดัชนี EuroStoxx 50  

สำหรับกองทุน SCBCR3YA จะมีกลยุทธ์การลงทุนแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 นําเงินต้นประมาณ 92% ของทรัพย์สินกองทุนไปลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝากทั้งในและต่างประเทศที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับลงทุนได้ขึ้นไป ซึ่งเมื่อครบกําหนดอายุกองทุนจะได้รับเงินลงทุนคืนพร้อมผลตอบแทนซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่ากับเงินต้น  การลงทุนส่วนนี้มีความผันผวนต่ำช่วยลดความเสี่ยงการขาดทุนเงินได้ โดยเบื้องต้นพอร์ตการลงทุนคาดว่าประกอบด้วย ตราสารหนี้บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)-ไทย, บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)-ไทย, ตราสารหนี้บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)-ไทย, ตราสารหนี้ ธนาคาร Agricultural Bank of China (ABC) –จีน, ตราสารหนี้ธนาคาร Bank of China (BOC) –จีน, ตราสารหนี้ธนาคาร Abu Dhabi Commercial Bank (ADCB) –สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ตราสารหนี้ธนาคาร Emirate NBD Bank (ENBD) –สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์,ตราสารหนี้ธนาคาร Mashreq Bank (MASQ) –สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์,ตราสารหนี้ธนาคาร Qatar National Bank (QNB) –กาตาร์, ตราสารหนี้ธนาคาร China Development Bank (CDB) – จีน ซึ่งกองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจํานวน

ส่วนที่ 2 ประมาณ 8 % ของทรัพย์สินกองทุน จะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทสัญญาวอร์แรนต์ที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับดัชนี  EuroStoxx 50 ซึ่งเป็นส่วนสร้างผลตอบแทนให้กับกองทุน โดยสัญญาวอร์แรนต์มีลักษณะการจ่ายผลตอบแทนแบบดิจิตอลได้ 2 กรณี คือ กรณีที่ 1 หากค่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนี ณ วันพิจารณาดัชนีอ้างอิงมากกว่า 0% จะจ่ายผลตอบแทน 15% และกรณีที่ 2 หากค่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนี ณ วันพิจารณาดัชนีกองทุนเมื่อครบกำหนดอายุ 3 ปี น้อยกว่าหรือเท่ากับ 0% จะไม่จ่ายผลตอบแทน ผู้ลงทุนจะได้รับเงินคืนในส่วนของเงินต้น โดยช่วงที่ผ่านมาดัชนี EuroStoxx 50 มีผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปี อยู่ที่เฉลี่ย 9.6% ต่อปี โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ดัชนีมีผลตอบแทน rolling return ย้อนหลัง 3 ปี เป็นบวกอยู่ที่ 68% (ที่มา: Bloomberg ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2562)

ทั้งนี้ปัจจุบันถือเป็นโอกาสดีสำหรับการลงทุนในดัชนีหุ้น EuroStoxx 50 เนื่องจาก Valuation ของหุ้นต่ำเมื่อเทียบกับดัชนีหุ้นในตลาดอื่นๆ ทั่วโลก เศรษฐกิจยุโรปได้เติบโตและฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาถึงแม้ว่าจะยังอยู่ในอัตราการเติบโตที่ต่ำเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตในอดีต ซึ่งเป็นเหตุทำให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้คงมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing) และอัตราดอกเบี้ยที่ 0% อย่างไรก็ตาม การอัดฉีดเม็ดเงินอย่างต่อเนื่องก็ได้ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดทุนและช่วยให้ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลดีต่อบริษัทผู้ส่งออกหลายคนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาด EuroStoxx 50 และทำให้ผลประกอบการของกลุ่มบริษัทดังกล่าวยังคงอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพและยังคงเติบโตได้ 

“ในระยะยาวการเพิ่มสภาพคล่องอย่างต่อเนื่องจะส่งผลต่ออัตราการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การลงทุนของภาคเอกชนและตัวเลขการเติบโตของกิจกรรมทางธุรกิจในยุโรปเพิ่มขึ้น นอกจากนี้อัตราการว่างงานที่ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ยังช่วยให้ภาคผู้บริโภคกลับมาช่วยประคองเศรษฐกิจได้ในระยะยาว”นายณรงค์ศักดิ์กล่าว

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการ ได้ที่SCBAM Call Centerโทร.02-777-7777 กด 0 กด 6 หรือผู้สนับสนุนการขายทุกราย

-----------------------------------------

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

บริษัท พีอาร์ดีดี จำกัด

ลัคคณา บุษบา 089-488-1777, สุจิรา วิโรจนะ 082-492-4639
scbam
< Back
 
Country (ประเทศ)
Australia Hong Kong & China India Indonesia Korea Malaysia
Philippine Singapore Others Thailand (ประเทศไทย)
Category (ประเภท)
Auto (ยานยนต์) Airlines (สายการบิน) Banking & Finance
(การเงิน ธนาคาร)
Business (ธุรกิจ) Calendar (ปฎิทิน) Collection (ของสะสม)
Education (การศึกษา) Entertainment (บันเทิง) Event (กิจกรรม) Exhibition (นิทรรศการ) Family & Kids
(ครอบครัวและเด็ก)
General (ทั่วไป)
Golf (กอล์ฟ) Government Offices & Services (ราชการ) Health & Beauty
(สุขภาพและความสวยความงาม)
Travel (ท่องเที่ยว) IT & Communications
(ไอที สื่อสาร)
Lifestyle (ไลฟ์สไตล์)
Logistic (โลจิสติค) Professional Club & Network
(สมาคม ชมรม)
Real Estate (อสังหาฯ) Promotions (โปรโมชั่น) Travel (ท่องเที่ยว) Watch & Jewelry
(นาฬิกาและเครื่องประดับ)
Wine & Dine
(อาหารและเครื่องดื่ม)
 
Home
About Us
Auto
Become a member - LSA
Exclusive Events
Fashion
Golf
Hong Kong
Luxury Experiences
Luxury Lifestyle & Travel
Luxury Living
Luxury Society Channel
Malaysia
Singapore
Thailand
The Club
Vietnam
Watch & Jewelry
Wedding
หน้าแรก
Celebs บันเทิง ไฮโซ
ข่าวประชาสัมพันธ์
ผู้นำ การตลาด การเงินละการลงทุน
ผู้หญิง สุขภาพ ความสวย ความงาม
ไลฟ์สไตล์ รถยนต์ บ้านและคอนโด ท่องเที่ยว ร้านอาหาร บาร์
FOLLOW US

Copyright Luxury Society Asia All Rights Reserved.